วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

คำอาราธนาธรรม



พรัหมา จะ โลกาธิปะตี สะหัมปะติ กัตอัญชะลี อันธิวะรัง อันธิวะรัง อะยาจะถะ สันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกา เทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปิมัง ปะชัง

คำแปล  ท้าวสหัมบดีพรหม ผู้เป็นอธิบดีแห่งโลก ได้ประคองอัญชลี ทูลวิงวอน พระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐว่านี้ สัตวผู้มีธุลีในดวงตาน้อยมีอยู่ในโลกขอพระคุณเจ้า โปรดแสดงธรรมอนุเคราะห์ด้วยเถิด
แปลอีกรูปแบบ 
                   ท้าวสหัมบดีพรหม                      เป็นบรมในพรหมมา
ทรงฤทธิศักดา                                                กว่าบริษัททุกหมู่พรหม
น้อมหัตถ์นมัสการ                                          ประดิษฐาน ณ ที่สม
ควรแล้วจึงบังคม                                            ชุลีบาทพระสัมมา
ขอพรอันประเสริฐ                                          วาระเลิศมโหฬาร์
ปวงสัตว์ในโลกา                                             กิเลสน้อยก็ยังมี
ขอองค์พระจอมปราชญ์                                 สู่ธรรมาสน์อันรูจี
โปรดปวงประชานี้                                          ท่านจงโปรดแสดงธรรม
นิมนต์ท่านเจ้าข้า                                            ผู้ปรีชาอันเลิศล้ำ
โปรดแสดงพระสัทธรรม                                เทศนาและวาที
เพื่อให้สำเร็จผล                                              แด่ปวงชนบรรดามี
สู่สุขเกษมศรี                                                   สมดังเจตนา เทอญฯ
.............................................

คำถวายสังฆทานเพื่อความสุขความเจริญ



อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ ภัตตานิ สะปะริ วารานิ ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ

คำแปล  ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ภัตตาหาร พร้อมด้วยของบริวารเหล่านี้แก่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับ ภัตตาหารพร้อมด้วยของบริวารเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์ และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนานเทอญ.

.............................................

คำอาราธนาพระปริตร



วิปัตติปะฏิพาหายะ                     สัพพะสัมปัตติสิทธิยา
สัพพะทุกขะวินาสายะ                 ปะริตตัง พรูถะมังคะลัง
วิปัตติปะฏิพาหายะ                     สัพพะสัมปัตติสิทธิยา
สัพพะภะยะวินาสายะ                  ปะริตตัง พรูถะมังคะลัง
วิปัตติปะฏิพาหายะ                     สัพพะสัมปัตติสิทธิยา
สัพพะโรคะวินาสายะ                  ปะริตตัง พรูถะมังคะลัง

คำแปล  ขอพระคุณเจ้าโปรดสวดพระปริตรอันเป็นมงคล เพื่อป้องกันความวิบัติ เพื่อสำเร็จสมบัติทุกประการ เพื่อให้ทุกข์ ภัย โรค อันตรายใดๆ ทุกชนิด จงพินาศสูญไป
.............................................

คำอาราธนาศีลห้า



มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณ นะ สะหะ ปัญจะ สีลานิยา จามะ
ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณ นะ สะหะ ปัญจะ สีลานิยา จามะ
ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต (วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ) ติสะระเณ นะ สะหะ ปัญจะ สีลานิยา จามะ
       คำแปล ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอศีลห้า พร้อมทั้งไตรสรณคมน์ เพื่อจะรักษา (ต่างๆ กัน หรือแยกรักษาแต่ละข้อ) แม้ ครั้งที่ ๒... ครั้งที่ ๓...
หมายเหตุ.- ถ้าคนเดียวพึงเปลี่ยนคำว่า “มะยัง” เป็น “อะหัง”  “ยาจามะ” เป็น “ยาจามิ
                   ถ้าศีลแปด ให้เปลี่ยนคำว่า “ปัญจะ” เป็น “อัฏฐะ
.............................................

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การปล่อยสัตว์แก้เคล็ดปรับดวง



                ควรไปซื้อนก ซื้อปลาจากตลาดสด
                - เลือกปลาที่ชะตากำลังจะหมด เอาที่จะถูกคนซื้อไปฆ่าทำเป็น อาหาร แล้วควรนำไปปล่อยแม่น้ำใหญ่จะดีกว่าลำคลองเล็กๆ
                - ควรปล่อยให้ลงท้ายด้วยเลข ๙ หรือตามกำลังทรัพย์สะดวกถ้ามีเคราะห์หนักอยากปล่อยเท่าอายุ เช่น ๔๐ ก็สามารถทยอยปล่อยให้ครบจำนวน ๔๐ ใน ๑ เดือน ก็ได้
                - ไม่จำเป็นต้องไปปล่อยที่วัด แต่เป็นที่ที่เราสะดวกก็ได้
  ๑. ปล่อยปลาทั่วไป จุดประสงค์เพื่อสะเดาะเคราะห์ปรับดวงที่หม่นมัวให้สดใสรุ่งเรือง
  ๒. ปล่อยปลาช่อน จุดประสงค์เพื่อสะเดาะเคราะห์ปรับดวงให้หมดเคราะห์หมดภัย
  ๓. ปล่อยปลาไหล  จุดประสงค์เพื่อสะเดาะเคราะห์เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น ลื่นไหล พ้นจากอุปสรรค
  ๔. ปล่อยเต่า จุดประสงค์เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้คนที่เจ็บป่วยหายวันหายคืน และมีอายุยืนยาวต่อไป
  ๕. ปล่อยหอยขม จุดประสงค์เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้หมดทุกข์ หมดโศก ขอให้เรื่องขมขื่นชอกช้ำใจบรรเทาและลบเลือนสิ้นไปในเร็ววัน
  ๖. ปล่อยนก จุดประสงค์เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้มีความสุข ความเจริญ ทำสิ่งใดให้โชคดี และพ้นจากทุกข์ภัยต่างๆ
  ๗. ปล่อยปลาสวาย จุดประสงค์เพื่อเสริมดวง เสริมบารมี ขอความสำเร็จ ขอโชค ขอลาภ
คำอธิษฐานในการปล่อยสัตว์
                “ข้าพเจ้าขอปล่อยท่านทั้งหลายเหล่านี้ให้เป็นอิสระ
ข้าพเจ้าให้ชีวิตแก่ท่านทั้งหลายเหล่านี้
ข้าพเจ้าได้ให้ความเป็นอิสระแก่ท่านเหล่านี้
ข้าพเจ้าได้ช่วยท่านทั้งหลายเหล่านี้ให้พ้นจากความทุกข์เดือดร้อน พ้นจากการถูกเขาประหาร
ขอบุญกุศลที่ข้าพเจ้าทำให้แก่ท่านในครั้งนี้ จงเป็นเครื่องอโหสิแก่กัน อย่าได้ถือโทษโกรธเคืองต่อไป
ขอท่านทั้งหลายเหล่านี้ เมื่อข้าพเจ้าปล่อยท่านไปให้เป็นอิสระแล้ว จงไปบอกพวกของท่านที่ทนทุกข์ทรมานอยู่ ถึงส่วนกุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำนี้ แล้วขออุทิศกุศลทั้งหมดที่ทำไปแล้วให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น จงเป็นผู้พ้นจากความทุกข์เดือดร้อนทั้งปวง และจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด” 
คาถาปล่อยสัตว์
                คัจเฉวะ โข ตะวัง ตะระมะนานะรูโป มา ตัง อะมิตตา ปุนะ อัคคะ เหสุง ทุกโข หิ ลุทโทหิ ปุมา สะมาคะโม อัทสะนัง โภชะปุตตานัง คัจฉะฯ
 (เวลาซื้อสัตว์ปล่อย ไม่ต้องต่อราคา)

บุคคลที่เปลี่ยนแปลงชะตากรรมเวลาตายได้



                ๑. คนบำเพ็ญที่สร้างบุญกุศลเกินกว่าหนี้เวรกรรมของตนในชาติก่อน
                ๒. คนที่สร้างความดีหรือสิ่งที่เป็นบุญกุศลด้วยเหตุบังเอิญ ซึ่งมิได้จงใจมาก่อน กำหนดวันตายของคนผู้นั้นก็จะได้รับกาเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นรางวัลส่งเสริมความดีงามจากเบื้องบน
              ๓. คนที่ตลอดชีวิตประกอบแต่กรรมดี เช่น ปล่อยชีวิตสัตว์ ให้ทานช่วยเหลือคนยากคนจน พิมพ์เผยแพร่หนังสือธรรมะ ช่วยคนที่กำลังประสบเคราะห์กรรม บริจาคโลงศพ เป็นต้น เมื่อบุญกุศลบริบูรณ์ก็ต่ออายุได้
                ๔. ขณะเจ็บป่วย คนในครอบครัว หรือตนเองยอมขอขมากรรมสำนึกในความผิดที่ได้กระทำมาแล้วในชาตินี้ จวบจนชาติที่แล้ว ๆ มา อีกทั้งตั้งคำอธิษฐานโดยศรัทธาจริงใจ ส่วนมากจะได้รับความเมตตา ประทานอนุญาตจากเบื้องบนให้เปลี่ยนกำหนดวันตาย เพิ่มอายุชัย ต่อไป...
..............................

อารมณ์ก่อนตาย



                กาลเมื่อสัตว์ทั้งหลายใกล้จะถึงแก่มรณะเข้าไปสู่แดนมฤตยู  แล้วจะไปเกิดอยู่ในโลกอื่นต่อไปนั้น ในมรณาสันนวิถี คือ วิถีจิตใกล้จะตาย ย่อมมีอารมณ์ ๓ ประการ ปรากฏเป็นอารมณ์แห่งปฏิสนธิจิตก่อน ดัง
                ๑. กรรมารมณ์ ได้แก่ กรรมที่ตนเคยกระทำไว้แต่ก่อนๆ มาปรากฏให้ระลึกขึ้นได้ ในขณะที่กำลังร่อแร่จะตายไปในพริบตานี้ ถ้าเป็นผู้ที่มีบาป เคยทำอกุศลกรรมไว้ในขณะนี้จะปรากฏเป็นภาพให้เห็นชัดเจนในมโนทวาร เช่น ตนเคยฆ่าคนไว้ ภาพที่ตนฆ่าคนก็มาปรากฏ คนเคยเตะ ถีบ ด่าว่า พ่อแม่เอาไว้ หรือเป็นคนติดเหล้าดื่มสุราเป็นประจำ เคยทำอทินนาทานลักขโมย เคยประพฤติกามมิจฉา นอกใจสามี/ภรรยา เอาไว้ ก็จะปรากฏเป็นภาพให้เห็นชัดเจนอย่างที่ตัวทำไว้ไม่ผิดเพี้ยน เมื่อดับจิตตายลงก็น้อมนำไปเกิดในทุคติภูมิ เช่น โลกนรก หากว่าตนเคยทำกุศลกรรมไว้ ก็จะเห็นภาพของตัวเองกำลังกระทำสิ่งต่างๆ อย่างชัดเจน ทำให้ใจคอชุ่มชื่นก็จะน้อมนำไปเกิดในสุคติ
                ๒. กรรมนิมิตตารมณ์ ได้แก่ อุปกรณ์ของการกระทำในอดีตมาปรากฏให้เห็น เช่น ทำปาณาติบาต ฆ่าสัตว์ ฆ่าคน ต้องมีดาบ ปืน หรือ ทำบุญทำทานก็มีอาหาร ในขณะจะดับจิตจะมองเห็นภาพนั้นๆ อย่างชัดเจน
                ๓. คตินมิตตารมณ์ ได้แก่ นิมิตต่างๆ อันบ่งบอกถึงคติของโลกที่ตนจะต้องไปเกิดในเวลาที่ดับจิตไปแล้ว ส่วนมากเป็นภาพที่ตนไม่เคยเห็น ทั้งสิ้น แบ่งเป็นประเภทได้ ดังนี้
                                ก. ถ้าจะเกิดในโลกนรก เมื่อจะขาดใจตายนั้น ย่อมเห็นเป็นเปลงไฟร้อนระอุ เห็นหม้อเหล็กแดง เห็นไม้งิ้วหนามเหล็ก เห็นฝูงผีปีศาจ บางทีเห็นเป็นแร้งกา กำลังจะมาฉีกกัดเลือดเนื้อของตัวเอง ทำให้มีความตกใจ สะดุ้งกลัว ใจสั่นระรัว ถ้าส่งเสียงได้ในขณะนี้ ก็จะร้องโวยวายให้คนช่วย นิมิตนี้ชี้ว่า เขาผู้นั้นต้องตกนรกแน่นอน
                                ข. ถ้าผู้นั้นจะไปเกิดเป็นเปรต อสุรกาย ย่อมเห็นคตินิมิตเป็น หุบเขาหรือถ้ำอันมืดมิด รู้สึกหิวโหยอาหารและกระหายน้ำเป็นกำลัง หรือเห็นเปรต อสุรกาย มีร่างใหญ่โตน่าเกลียดน่ากลัว เนื้อตัวสกปรกรุงรัง นิมิตนี้ชี้ว่า เขาผู้นั้นจะได้ไปเป็นเปรตแน่นอน
                                ค. ถ้าผู้นั้นจะไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ย่อมเห็นคตินิมิตเป็นทุ่งหญ้า ป่าไม้ เชิงเขา บางทีก็เห็นโค กระบือ หมู หมา  เป็ดไก่ นก ไส้เดือน เป็นต้น นิมิตนี้ชี้ว่า เขาผู้นั้นจะได้บังเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
                                ง. ถ้าผู้นั้นจะกลับมาเกิดมนุษย์ในโลกนี้อีก จะเห็นก้อนเนื้อเล็กๆ อยู่ในครรภ์มารดา ปรากฏเห็นภาพชัดเจนแจ่มใส
                                จ. ถ้าผู้นั้นจะได้ไปเกิดเป็นเทพบุตร เทพธิดา ในสวรรคเทวโลก เขาย่อมเห็นคตินิมิตเป็นทิพยวิมาน เห็นปราสาทราชวังอันสวยงาม เขาจะหลับตาสิ้นชีวิตอย่างสุขสงบ
..............................

ผลบุญ-กรรม ของหญิงทำแท้ง



                โดย พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)
เรื่องมีอยู่ว่า มีหญิงคนหนึ่งผิวขาว ร่างท้วม หน้าตาอิ่มเอิบ อายุ ๔๒  เธอตาย เจ้าหน้าที่พาไปที่สำนักพญายม เรื่องนี้เป็นนิมิตลอยมาให้เห็น ไม่ใช่ทิพยจักขุญาณ คือ เมื่อ เวลา ๑๘.๐๐ น. วันนี้นอนภาวนาตามปกติอารมณ์เคลิ้มเห็นภาพนี้ที่สำนักพญายม มีหญิงคนหนึ่ง เด็กเล็กคนหนึ่ง เด็กคนนี้เล็กมาก มีสภาพนอน พญายมท่านถามหญิงคนนั้นว่า “แม่หนูเธอ ทำแท้งหรือ” เธอรับว่า “ใช่เจ้าค่ะ” ท่าถามว่า “เมื่อทำแล้ว หลังจากนั้นทำบุญอะไรบ้าง”  เธอบอกว่า “ที่จำได้ดีเพราะทำเป็นประจำก็คือ บูชาพระ ว่านะโม ๓ จบ พุทธัง ธัมมัง สังฆัง และสวดอิติปิโส ภะคะวา แล้วกรวดน้ำอุทิศให้ลูกที่ทำแท้ง ขออย่าจองเวรจองกรรมเลย เมื่อถึงปีก็เป็นเจ้าภาพบวชพระทุกปี อุทิศส่วนกุศลให้ลูกที่ทำแท้ง” เธอพูดได้ชัดเจน ชัดถ้อยชัดคำ ไม่เหมือนรายอื่นๆ ที่พูดไม่ค่อยเต็มเสียง และมีมารายไม่พูดเลย พญายมท่านบอกว่า บุญเธอมีมากและเด็กก็ไม่ได้จองเวรเธอ เธอไปรับผลความดีก่อน คือไปสวรรค์ เมื่อเธอปลอดโทษแล้ว ผลบุญก็ตอบสนองเธอคือ มีรูปสวยทันที เครื่องแต่งกายสวยมาก แพรวพราวเป็นระยับ ในนิมิตว่ามีโอกาสคุยกับเธอถึงความเป็นมาต่างๆ เธอเล่าให้ฟังว่า เมื่อเธออายุย่าง ๑๗ ปี พี่สาวแต่งงานได้สองปี คลอดบุตร กำลังอยู่ไฟ พี่เขยเธอเข้าห้องผิดไปเข้าห้องเธอเข้า เธอเห็นใจพี่เขย ขณะที่พี่สาวกำลังอยู่ไฟ พี่เขยคงเปลี่ยวใจ จึงอนุญาตให้เข้าห้องผิดได้เป็นประจำ เวลาผ่านไป ๖ เดือนเศษ ผลของการเปิดห้องให้พี่เขย เลยเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาได้สองเดือน เมื่อเห็นท่าเรื่องจะบานปลาย จึงร่วมมือกับพี่เขยหายาขับเลือดอย่างแรง มีความร้อนสูง กินยานั้นเข้าไปสองครั้ง เด็กเลยไหลออกมา แต่เมื่อฟังผู้ใหญ่พูดกันว่าคนทำแท้งนั้นบาปมากเพราะฆ่าเด็กในครรภ์ จึงตั้งใจบูชาพระและสวดมนต์ทุกวัน เมื่อสวดแล้วก็นั่งหลับตานึกถึงลูกที่ตาย ขอให้มารับส่วนบุญและไม่จองเวร อ้อนวอนขอให้พระพุทธเจ้าช่วย ทำอย่างนี้เป็นปกติทุกวัน เมื่อถึงฤดูกาลบวชพระก็เป็นเจ้าภาพบวชพระให้ปีละองค์ทุกปี อุทิศให้ลูก ต่อมาอายุ ๔๒ ปี ๓ เดือน เธอป่วยด้วยโรคทางเดินอาหาร เธอนึกถึงพระพุทธรูปที่เคยบูชา นึกถึงการใส่บาตร นึกถึงงานบวชพระ แล้วแต่จังหวะไหนจะนึกอะไรได้ ที่มั่นใจจริงๆ คือ พระพุทธรูปที่บูชา และภาพพระที่บวช เมื่อตอนตาย มีคน ๔ คน ไปรับ ตอนนั้นเห็นพระพุทธรูปที่เคยบูชาลอยมา องค์ใหญ่กว่าที่เคยบูชา พระพุทธรูปท่านพูดว่า พาเขาไปเถอะฉันไปด้วย แล้วท่านก็ลอยนำหน้าไป เมื่อถึงพญายมท่านก็ยังลอยอยู่ตลอดเวลาสอบสวน เมื่อพญายมสอบสวนเสร็จ ภาพพระพุทธรูปจึงหายไป เมื่อถามเธอว่าเธอจะไปอยู่สวรรค์ชั้นไหน เทวดาที่เรียกว่าเทวทูตที่จะนำเธอไปส่ง ท่านตอบแทนเธอว่า ไปอยู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ครับ แล้วท่านก็พาเธอไป
..............................