วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

โกหกเพื่อความสบายใจ

ยังมีหลายท่านคิดว่าโกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจนั้นไม่ถือว่าเป็นบาปเพราะว่าเรื่องบางเรื่องถ้าพูดไปตามความจริงแล้ว คนฟังอาจไม่ชอบใจหรือว่าเกิดทุกข์ ถึงขนาดกินไม่ได้นอนไม่หลับกัน การพูดไม่ตรงกับความจริงจะได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม เป็นการพูดโกหกนั่นก็คือ ผิดศีลข้อที่ ๔ มุสาวาทาเวรมะณีฯ เป็นบาป ผลบาปที่ตามมาก็คือว่าคำพูดจะไม่มีคนเชื่อถือ ไม่ได้รับความไว้วางใจ ไม่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุน เป็นที่หาดระแวงของคนรู้จัก และมักจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับปาก ฟันผุ ปากเหม็น ไม่มีคนคบหาสมาคม
พระพุทธองค์ตรัสเอาไว้ว่า ไม่มีความชั่วใดที่คนพูดโกหกจะทำไม่ได้ อย่างเช่น ไปฆ่าสัตว์มาก็โกหกว่าไม่ได้ฆ่า ลักขโมยทรัพย์มา เขาก็โกหกว่าไม่ได้ขโมย ประพฤติผิดลูกเมียเขามา ก็โกหกว่าไม่ได้ทำ กินเหล้า เมาหัวทิ่ม ก็ยังกล้าพูดโกหกว่าไม่ได้กิน แค่จิบนิดหน่อย เหล่านี้เป็นต้น คนที่อ้างว่าโกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่มักจะทำหน้าที่ของตนบกพร่อง แล้วก็ไม่คิดแก้ไข ไม่ปรับปรุงตัว อาศัยการเอาตัวรอดด้วยการโกหกไปเรื่อยๆ เขาจับไม่ได้ไล่ไม่ทันก็คิดว่าตัวเองเก่ง แต่เก่งแบบนี้เป็นการทำลายตัวเอง ทางที่ถูกแล้วทำอย่างไรควรพูดอย่างนั้น พูดอย่างไรก็ควรทำอย่างนั้น ถ้าทำแล้วไม่กล้าพูด แสดงว่าสิ่งที่ทำต้องไม่ดี ก็ไม่ควรทำ ใครที่ยังโกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจ ขอให้เลิกได้แล้ว หันมาพูดความจริง มาจริงใจกันดีกว่า แล้วจะได้พบแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต เชื่อเถอะ