วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บทแผ่ส่วนกุศล


อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตา ปิ ตะโร
             ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง เม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
             ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา
             ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครู อุปัชฌาย์ อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครู อุปัชฌาย์ อาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา
             ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
             ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เว รี
             ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
             ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ

.................................................

บทกรวดน้ำของยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก


             อิมินา ปุญญะกัมเมนะ ด้วยเดชะผลบุญแห่งข้าพเจ้าได้สร้าง และสวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกนี้ ขอให้ค้ำชูอุดหนุนคุณบิดา มารดา พระมหากษัตริย์ ผู้มีพระคุณ ญาติกา ครู อุปัชฌาย์ อาจารย์ เจ้ากรรมนายเวร และมิตรรักสนิท เพื่อนสรรพสัตว์น้อยใหญ่ พระภูมิเจ้าที่ เจ้ากรุงพาลี แม่พระธรณี แม่พระคงคา แม่พระโพสพ พญายมราช นายนิริยบาล ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ศิริคุตอำมาตย์ชั้นจาตุมหาราชิกาเบื้องบนสูงสุดจนถึงภวัคระพรหม และเบื้องล่างต่ำสุดตั้งแต่โลกันตมหานรก และอเวจีขึ้นมาจนถึงโลกมนุษย์ สุดรอบขอบจักรวาล อนันตจักรวาล คุณพระศรีรัตนตรัยและเทพยดาทั้งหลาย ตลอดทั้งอินทร์ พรหม ยม ยักษ์ คนธรรพ์ นาคา พระเพลิง พระพาย พระพิรุณ ท่านทั้งหลายที่ต้องทุกข์ขอให้พ้นจากทุกข์ ท่านทั้งหลายที่ได้สุขขอให้สุขยิ่งๆ ขึ้นไป ด้วยเดชะผลบุญแห่งข้าพเจ้าอุทิศให้ไปนี้ จงเป็นอุปนิสัยปัจจัยให้ถึงพระนิพพานในปัจจุบัน และอนาคตกาลเบื้องหน้าเทอญฯ

พุทธัง อะนันตัง ธัมมังจักกะวาลัง สังฆัง นิพพานะ ปัจจะโย โหนตุ

คาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก (ฉบับเดิม)


             ๑.  อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง วะตะ โส ภะคะวา
                   อิติปิโส ภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ วะตะ โส ภะคะวา
                   อิติปิโส ภะคะวา วิชชาจะระ ณะสัมปันโน วะตะ โส ภะคะวา
                   อิติปิโส ภะคะวา สุคะโต วะตะ โส ภะคะวา
                   อิติปิโส ภะคะวา โลกะวิทู วะตะ โส ภะคะวา
                   อะระหันตัง สะระณัง คัจฉามิ
                   อะระหันตัง สิระสา นะมามิ
                   สัมมาสัมพุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
                   สัมมาสัมพุทธัง สิระสา นะมามิ
                   วิชาจะระณะสัมปันนัง สะระณัง คัจฉามิ
                   วิชาจะระณะสัมปันนัง สิระสา นะมามิ
                   สุคะตัง สะระณัง คัจฉามิ
                   สุคะตัง สิระสา นะมามิ
                   โลกะวิทัง สะระณัง คัจฉามิ
                   โลกะวิทัง สิระสา นะมามิ
             ๒. อิติปิ โส ภะคะวา อะนุตตะโร วะตะ โส ภะคะวา
                   อิติปิ โส ภะคะวา ปุริสะทัมมะสาระถิ วะตะ โส ภะคะวา
                   อิติปิ โส ภะคะวา เทวะมะนุสสานัง วะตะโส ภะคะวา
                   อิติปิ โส ภะคะวา พุทโธ วะตะ โส ภะคะวา
                   อะนุตตะรัง สะระณัง คัจฉามิ
                   อะนุตตะรัง สิระสา นะมามิ
                   ปุริสะทัมมะสาระถิ สะระณัง คัจฉามิ
                   ปุริสะทัมมะสาระถิ สิระสา นะมามิ
                   สัตถา เทวะมะนุสสานัง สะระณัง คัจฉามิ
                   สัตถา เทวะมะนุสสานัง สิระสา นะมามิ
                   พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
                   พุทธัง สิระสา นะมามิ
             ๓. อิติปิ โส ภะคะวา รูปะขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมิ จะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา เวทะนาขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมิ จะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา สัญญาขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมิ จะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา สังขาระขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมิ จะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา วิญญาณะขันโธ อะนิจจะลักขะณะปาระมิ จะสัมปันโน
             ๔. อิติปิ โส ภะคะวา ปะฐะวี ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา อาโป ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา เตโช ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา วาโย ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา อากาสะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา วิญญาณะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา จักกะวาฬะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
             ๕. อิติปิ โส ภะคะวา จาตุมมะหาราชิกา ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา ตาวะติงสา ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา ยามา ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา ตุสิตา ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา นิมมานะระตี ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา ปะระนิมมิตะวะสะวัตตี ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา กามาวะจะระ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา รูปาวะจะระ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา อะรูปาวะจะระ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา โลกุตตะระ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
             ๖. อิติปิ โส ภะคะวา ปะฐะมะฌานะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา ทุติยะฌานะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา ตะติยะฌานะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา จะตุตถะฌานะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา ปัญจะมะฌานะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
             ๗. อิติปิ โส ภะคะวา อากาสานัญจา ยะตะนะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา วิญญานัญจา ยะตะนะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา อากิญจัญญา ยะตะนะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา เนวะสัญญานาสัญญา ยะตะนะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
             ๘. อิติปิ โส ภะคะวา โสตาปัตติมัคคะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา สะกิทาคามิมัคคะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา อะนาคามิมัคคะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัตตะมัคคะ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา โสตาปัตติผะละ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา สะกิทาคามิผะละ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา อะนาคามิผะละ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
                   อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัตตะผะละ ธาตุ สะมาธิญาณะสัมปันโน
             ๙.  กุสะลาธัมมา อิติปิ โส ภะคะวา อะอา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณังคัจฉามิ ชัมภูทีปัญจะ อิสสะโร กุสะลาธัมมา นะโมพุทธายะ นะโมธัมมายะ นะโมสังฆายะ ปัญจะพุทธา นะมามิหัง อาปามะจุปะ ทีมะ สังอังขุ สังวิธา ปุกะยะปะ อุปะสะชะสะเห ปาสายะโสฯ โสโสสะสะ อะอะ อะอะนิ เตชะสุ เนมะภูจะนาวิ เว อะสังวิสุโลปุสะพุภะ อิสวาสุ สุสวาอิ กุสะลาธัมมา จิตติ วิอัตถิ อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง อะอายาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ สาโพธิปัญจะ อิสสะโร ธัมมา กุสะลาธัมมา นันทะวิวังโก อิติสัมมาสัมพุทโธ สุคะลาโน ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
             ๑๐. จาตุมมะหาราชิกา อิสสะโร กุสะลาธัมมา อิติ วิชชาจะระณะสัมปันโน อุ อุ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตาวะติงสา อิสสะโร กุสะลาธัมมานันทะปัญจะ สุคะโต โลกะวิทู มะหาเอโอ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ยามา อิสสะโร กุสะลาธัมมา พรหมาสัททะ ปัญจะ สัตตะ สัตตา ปาระมี อะนุตตะโร ยะมะกะขะ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตุสิตา อิสสะโร กุสะลาธัมมา ปุยะ ปะกะ ปุรี สะทัมมะสาระถิ ยาวะชีวัง พุทธังสะระณังคัจฉามิ นิมมานะระตี อิสสะโร กุสะลาธัมมา เหตุโปวะสัตถา เทวะมะนุสสานัง ตะถา ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ปะระนิมมิตะวะสะวัตตี อิสสะโร กุสะลาธัมมา สังขาระขันโธ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ พุทธะปะผะ ยาวะชีวัง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ พรหมา อิสสะโร กุสะลาธัมมา นัตถิปัจจะยา วินะปัญจะ ภะคะวะตา ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิฯ
             ๑๑. นะโมพุทธัสสะ นะโมธัมมัสสะ นะโมสังฆัสสะ พุทธิลาโภกะลา กะระ กะนา เอเตนะ สัจเจนะ      สุวัตถิ โหนตุ หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ
                   นะโมพุทธัสสะ นะโมธัมมัสสะ นะโมสังฆัสสะ วิตติ วิตติ วิตติ มิตติ มิตติ มิตติ จิตติ จิตติ วัตติ วัตติ มะยะสุ สุวัตถิ โหนตุ หุลู หุลู หุลู สะวาหายะ
                   อินทะสาวัง มะหาอินทะสาวัง พรหมสาวัง มะหาพรหมสาวัง จักกะวัตติสาวัง มะหาจักกะวัตติสาวัง เทวาสาวัง มะหาเทวาสาวัง อิสีสาวัง มะหาอิสีสาวัง มุนีสาวัง มะหามุนีสาวัง สัปปุริสะสาวัง มะหาสัปปุริสาวัง พุทธะสาวัง ปัจเจกะพุทธะสาวัง อะระหัตตะสาวัง สัพพะสิทธิวิชาธาระณังสาวัง สัพพะโลกาอิริยานังสาวัง      
                   เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหนตุ สาวัง คุณัง วะชะ พะลัง เตชัง วิริยังสิทธิ กัมมัง ธัมมัง สัจจัง นิพพานัง โมกขัง คุยหะกัง ทานัง สีลัง ปัญญานิกขังปุญญัง ภาคะยัง ยะสัง ตัปปัง สุขัง สิริรูปัง จะตุวีสะติเทสะนัง เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหนตุ หุลู หุลู หุลู สะวาหายะฯ
             ๑๒. นะโมพุทธัสสะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ นะโม อิติปิโส ภะคะวา
                   นะโมธัมมัสสะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ นะโม สะวากขาโต ภะคะวาธัมโม
                   นะโมสังฆัสสะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา รูปะขันโธ เวทะนาขันโธ สัญญาขันโธ สังขาระขันโธ วิญญาณะขันโธ นะโม สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะ กะสังโฆ วาหะปะริตตัง
                   นะโมพุทธายะ มะอะอุ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา ยาวะตัสสะ หาโย โมนะอุอะมะ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตา อุอะมะอะ วันทา นะโมพุทธายะนะอะ กะตินิสะระณะ อาระปะขุทธัง มะอะอุ ทุกขัง อะนิจจัง อะนัตตาฯ
วิปัสสิต
สัพพะทุกขา สัพพะภะยา สัพพะโรคา วินาสสันตุ

.................................................

ชัยปริตร



                มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะ ปาณินัง ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุเม* ชะยะมังคะลังฯ
                ชะยันโตโพธิยา มูเล สักยานัง นันทิ วัฑฒะโน เอวัง อะหัง วิชะโย โหมิ** ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล อะปะราชิตะ ปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปก ขะเร อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติฯ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะ*** จาริสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง มะโน กัมมัง ปะณีธีเต ปะทักขิณา ปะทักขิณา กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณฯ
                ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธา นุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเม*ฯ
                ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมา นุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเม*ฯ
                ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆา นุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเม*ฯ
               
หมายเหตุ
โหตุเม*  ถ้าสวดให้คนอื่นให้เปลี่ยนเป็น โหตุเต
อะหัง วิชะโย โหมิ** ถ้าสวดให้คนอื่นให้เปลี่ยนเป็น ตะวัง วิชะโย โหหิ
พรัหมะ***  อ่านว่า  พรัม-มะ
ภะวันตุเม* ถ้าสวดให้คนอื่นให้เปลี่ยนเป็น ภะวันตุเต

.................................................

ชัยมงคลคาถา (พาหุง)


                พาหุงสะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิธัมมะวิธินา        ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม* ชะยะมังคะลานิ
                มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะ ถัทธะยักขัง ขันตีสุทันตะวิธินา       ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
                นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิ จักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง เมตตัมพุเสกะวิธินา             ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
                อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติ โยชะนะปะถังคุลิมา ละวันตัง อิทธีภิสังขะตะมะโน        ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
                กัตตวานะ กัฏฐะมุทะรังอิวะ คัพภินียา จิญจา ยะ ทุฏฐะวะจะนังชะนะกายะมัชเฌ สันเตนะ โสมะวิธินา  ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
               สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิ โรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง ปัญญาปะทีปะชะลิโต        ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
                นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเต นะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะวิธินา    ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
                ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรัหมัง** วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง ญาณาคะเทนะ วิธินา     ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
                เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา โย วา จะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที หิตวานะ เนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิ คะเมยยะ นะโร สะปัญ โญ
หมายเหตุ
ภะวะตุเม*  ถ้าสวดให้คนอื่นให้เปลี่ยนเป็น ภะวะตุเต
พรัหมัง**  อ่านว่า  พรัม-มัง


.................................................

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข้อคิดจากคำย่อ


       เมื่อเอ่ยถึงคำย่อแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะคุ้นกันเป็นอย่างดีโดยเฉพาะผู้อยู่ในวงราชการเพราะได้พบเห็นอยู่บ่อย ๆ คำย่อนั้น จุดประสงค์ก็เพื่อช่วยให้ใช้คำน้อยลง ไม่ให้เปลืองพื้นที่กระดาษ ทำให้การเขียนหรือพูดในครั้งนั้น ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วโดยเนื้อหาและความหมายยังคงเดิม จึงนิยมใช้กันทั่วไป

        ในการใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลอื่นนั้น การทำตัวให้ย่อหรือทำตัวเองให้เล็กลงด้วยการลดอัตตา ลดทิฐิมานะลงเสียบ้างก็เป็นวิธีหนึ่งที่สร้างความสุขได้ เพราะคนที่มีอัตตาสูงจะถูกกระทบได้ง่าย ใครพูดอะไรทำอะไรที่รู้สึกว่าขัดหูขัดตาก็จะต้องเดือดร้อนทุกทีไป บางทีแค่ถูกมองด้วยหางตาก็เก็บเอาไปตีความครุ่นคิดจนเดือดร้อนไปสารพัดก็มี เปรียบเสมือนเป้าขนาดใหญ่ ยิ่งกว้างใหญ่ออกไปมากเท่าใด โอกาสที่จะถูกกระทบด้วยสิ่งของที่คนอื่นขว้างปามาก็มีมากขึ้นเท่านั้น แม้แต่คนที่ไม่มีความแม่นยำเอาเสียเลยก็ยังอุตส่าห์ปามาโดนจนได้ การลดอัตตาและทิฐิมานะก็คือการย่อตัวลงให้เป็นเป้าเล็กที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็ไม่เสียความหมายหรือเนื้อหาที่มีอยู่จริง กล่าวคือความรู้ความสามารถและความดีอื่น ๆ ที่มีอยู่ในตัวก็ไม่ได้ขาดหายหรือลดหย่อนลงไปเลย จึงเป็นเรื่องที่น่าทำ ในทางศาสนาถึงกับสอนเอาไว้ว่าการลดอัตตานั้นให้วางตัวเหมือนผ้าสำหรับเช็ดเท้า เหมือนโคตัวผู้ที่มีเขาหัก และเหมือนงูพิษที่ถูกถอนเขี้ยวออกแล้ว คำสอนนี้มิได้มุ่งให้ยอมสยบหรือประกาศตัวเป็นผู้แพ้ แต่มุ่งให้คนอยู่เหนือทิฐิมานะให้ได้ ซึ่งจะส่งผลให้เป็นทุกข์น้อยลง มีมิตรมากขึ้นและช่วยให้ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานอีกด้วย

       แค่ย่อตัวเองให้เล็กลงบ้างความทุกข์ก็จะลดลง ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เสียเกียรติหรือทำให้ความหมายในชีวิตด้อยค่าลงไป ก็คล้าย ๆ กับคำย่อในหนังสือราชการนั่นแหละ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าทำไม่น้อยทีเดียว

นมสดแก้วเดียว


        ในประเทศสหรัฐอเมริกามีคนไข้หญิงรายหนึ่งป่วยหนักด้วยโรคหัวใจซึ่งแพทย์ในท้องถิ่นไม่สามารถรักษาได้ จึงส่งไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทำการรักษา แพทย์ผู้นั้นอ่านประวัติแล้วสะดุดใจกับชื่อหมู่บ้านของผู้ป่วย จึงซักถามอย่างละเอียด หลังจากนั้นก็ลงมือรักษาด้วยการผ่าตัดหัวใจ ใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุด ให้ยาราคาแพงที่สุด ทุกอย่างทำด้วยความตั้งใจเป็นพิเศษ จนผู้ป่วยหายเป็นปกติ นอกจากนั้นยังเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมดแก่คนไข้รายนี้ด้วย สาเหตุที่ทำเช่นนั้น เป็นเพราะเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ขณะที่นายแพทย์ผู้นี้ยังเป็นเด็กและมีฐานะยากจนนั้น วันหนึ่ง เขาไม่มีแม้แต่ข้าวจะกิน ทั้งหิวทั้งทรมาน และคนไข้รายนี้เองได้ให้นมสดแก่เขาแก้วหนึ่ง


        เรื่องราวดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า การให้ด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีความเมตตาจริงใจ ไม่หวังผลตอบแทนนั้น แม้สิ่งที่ให้จะมีราคาเพียงเล็กน้อย แต่ผลที่เกิดกับจิตใจของผู้รับนั้น ประมาณค่ามิได้ โดยเฉพาะการให้ในยามที่คนอื่นตกทุกข์ได้ยาก เช่น ยามจน ยามเจ็บ และยามจาก มักจะอยู่ในความทรงจำของผู้ได้รับมากเป็นพิเศษ และผลของการให้ในห้วงเวลาเช่นนั้น ก็มักจะสนองตอบให้ได้รับสิ่งที่ดีงามเกินความคาดหมายเสมอ

       ใครบ้างจะคิดว่า ด้วยนมสดเพียงแก้วเดียวกับเวลาที่ล่วงไปถึงสามสิบกว่าปี อานิสงส์ของการให้จะกลับมาตอบสนองได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ถ้าว่าโดยหลักธรรม สิ่งเหล่านี้ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะการให้ด้วยความรักความเมตตาอย่างบริสุทธิ์ใจจะอำนวยผลดีไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เป็นการให้ที่ไม่มีวันสูญเปล่า

        ท่านเองก็ลงมือพิสูจน์ความจริงในข้อนี้ได้

ธรรมะจากต้นไม้


     เป็นที่ทราบกันว่า ต้นไม้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้ดินฟ้าอากาศและสภาวะแวดล้อมเป็นไปโดยปกติ ไม่วิปริตผิดเพี้ยน นอกจากนี้ ความเป็นไปของต้นไม้ ยังสะท้อนให้เห็นคุณค่าทางจริยธรรมสำหรับมนุษย์ด้วย คือ 

        ๑. เป็นครูของชีวิต ต้นไม้เมื่อกิ่งก้านหนึ่งถูกตัดออกไปก็มีกิ่งก้านใหม่สร้างขึ้นมา เมื่อร้อนแล้งก็ทิ้งใบร่วงหล่น เป็นการประหยัดน้ำและอาหาร เมื่อฝนตกก็งอกงามเติบโตและยังมีลักษณะอีกหลายอย่างที่ต้นไม้แสดงออกถึงการปรับตัวให้อยู่รอดได้ตามธรรมชาติ การปรับตัวของต้นไม้จึงให้ข้อคิดกับมนุษย์ในเรื่องการต่อสู้และปรับตัว

       ๒. เป็นผู้ให้ เริ่มตั้งแต่ให้ดอกผลเป็นอาหารของมนุษย์และสัตว์ ให้อากาศที่บริสุทธิ์ ให้ร่มเงาเป็นที่พักอาศัย ไปจนถึงให้ความสมดุลแก่ธรรมชาติซึ่งเป็นคุณใหญ่หลวงแก่สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย จนที่สุดแม้เนื้อไม้อันเป็นต้นของไม้นั่นเองก็ยังให้ประโยชน์ในการสร้างบ้านเรือนและข้าวของเครื่องใช้อีกมากมาย 

        ในแง่ความเป็นครู ต้นไม้ให้ข้อคิดหลายอย่างเกี่ยวกับการปรับตัว ในแง่ความเป็นผู้ให้ ต้นไม้ให้โดยไม่จำกัดปริมาณ ให้โดยไม่เลือกว่าใครบ้างจะเป็นผู้รับ อย่างไรก็ตาม ต้นไม้นั้นหากมองเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไรก็จะเห็นแค่ต้นไม้ กิ่งไม้ หรือใบไม้ แต่ถ้ามองความเป็นไปทั้งหมดของมัน ก็จะเห็นพลังแห่งประโยชน์และคุณค่าอันมหาศาลของต้นไม้ที่มีให้แก่โลก และถ้ามองให้สัมพันธ์กับชีวิตของมนุษย์ ก็จะเห็นความหมายในเชิงจริยธรรมว่า ในฐานะของมนุษย์ที่คิดเป็น เราควรจะต้องทำอย่างไร