วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ชัยปริตร



                มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะ ปาณินัง ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุเม* ชะยะมังคะลังฯ
                ชะยันโตโพธิยา มูเล สักยานัง นันทิ วัฑฒะโน เอวัง อะหัง วิชะโย โหมิ** ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล อะปะราชิตะ ปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปก ขะเร อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติฯ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะ*** จาริสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง มะโน กัมมัง ปะณีธีเต ปะทักขิณา ปะทักขิณา กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณฯ
                ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธา นุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเม*
                ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมา นุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเม*
                ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆา นุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเม*
               
หมายเหตุ
โหตุเม*  ถ้าสวดให้คนอื่นให้เปลี่ยนเป็น โหตุเต
อะหัง วิชะโย โหมิ** ถ้าสวดให้คนอื่นให้เปลี่ยนเป็น ตะวัง วิชะโย โหหิ
พรัหมะ***  อ่านว่า  พรัม-มะ
ภะวันตุเม* ถ้าสวดให้คนอื่นให้เปลี่ยนเป็น ภะวันตุเต

.................................................

ชัยมงคลคาถา (พาหุง)


                พาหุงสะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิธัมมะวิธินา        ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม* ชะยะมังคะลานิ
                มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะ ถัทธะยักขัง ขันตีสุทันตะวิธินา       ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
                นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิ จักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง เมตตัมพุเสกะวิธินา             ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
                อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติ โยชะนะปะถังคุลิมา ละวันตัง อิทธีภิสังขะตะมะโน        ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
                กัตตวานะ กัฏฐะมุทะรังอิวะ คัพภินียา จิญจา ยะ ทุฏฐะวะจะนังชะนะกายะมัชเฌ สันเตนะ โสมะวิธินา  ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
               สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิ โรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง ปัญญาปะทีปะชะลิโต        ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
                นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเต นะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะวิธินา    ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
                ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรัหมัง** วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง ญาณาคะเทนะ วิธินา     ชิตะวามุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม*  ชะยะมังคะลานิ
                เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา โย วา จะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที หิตวานะ เนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิ คะเมยยะ นะโร สะปัญ โญ
หมายเหตุ
ภะวะตุเม*  ถ้าสวดให้คนอื่นให้เปลี่ยนเป็น ภะวะตุเต
พรัหมัง**  อ่านว่า  พรัม-มัง


.................................................

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข้อคิดจากคำย่อ


       เมื่อเอ่ยถึงคำย่อแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะคุ้นกันเป็นอย่างดีโดยเฉพาะผู้อยู่ในวงราชการเพราะได้พบเห็นอยู่บ่อย ๆ คำย่อนั้น จุดประสงค์ก็เพื่อช่วยให้ใช้คำน้อยลง ไม่ให้เปลืองพื้นที่กระดาษ ทำให้การเขียนหรือพูดในครั้งนั้น ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วโดยเนื้อหาและความหมายยังคงเดิม จึงนิยมใช้กันทั่วไป

        ในการใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลอื่นนั้น การทำตัวให้ย่อหรือทำตัวเองให้เล็กลงด้วยการลดอัตตา ลดทิฐิมานะลงเสียบ้างก็เป็นวิธีหนึ่งที่สร้างความสุขได้ เพราะคนที่มีอัตตาสูงจะถูกกระทบได้ง่าย ใครพูดอะไรทำอะไรที่รู้สึกว่าขัดหูขัดตาก็จะต้องเดือดร้อนทุกทีไป บางทีแค่ถูกมองด้วยหางตาก็เก็บเอาไปตีความครุ่นคิดจนเดือดร้อนไปสารพัดก็มี เปรียบเสมือนเป้าขนาดใหญ่ ยิ่งกว้างใหญ่ออกไปมากเท่าใด โอกาสที่จะถูกกระทบด้วยสิ่งของที่คนอื่นขว้างปามาก็มีมากขึ้นเท่านั้น แม้แต่คนที่ไม่มีความแม่นยำเอาเสียเลยก็ยังอุตส่าห์ปามาโดนจนได้ การลดอัตตาและทิฐิมานะก็คือการย่อตัวลงให้เป็นเป้าเล็กที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็ไม่เสียความหมายหรือเนื้อหาที่มีอยู่จริง กล่าวคือความรู้ความสามารถและความดีอื่น ๆ ที่มีอยู่ในตัวก็ไม่ได้ขาดหายหรือลดหย่อนลงไปเลย จึงเป็นเรื่องที่น่าทำ ในทางศาสนาถึงกับสอนเอาไว้ว่าการลดอัตตานั้นให้วางตัวเหมือนผ้าสำหรับเช็ดเท้า เหมือนโคตัวผู้ที่มีเขาหัก และเหมือนงูพิษที่ถูกถอนเขี้ยวออกแล้ว คำสอนนี้มิได้มุ่งให้ยอมสยบหรือประกาศตัวเป็นผู้แพ้ แต่มุ่งให้คนอยู่เหนือทิฐิมานะให้ได้ ซึ่งจะส่งผลให้เป็นทุกข์น้อยลง มีมิตรมากขึ้นและช่วยให้ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานอีกด้วย

       แค่ย่อตัวเองให้เล็กลงบ้างความทุกข์ก็จะลดลง ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เสียเกียรติหรือทำให้ความหมายในชีวิตด้อยค่าลงไป ก็คล้าย ๆ กับคำย่อในหนังสือราชการนั่นแหละ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าทำไม่น้อยทีเดียว

นมสดแก้วเดียว


        ในประเทศสหรัฐอเมริกามีคนไข้หญิงรายหนึ่งป่วยหนักด้วยโรคหัวใจซึ่งแพทย์ในท้องถิ่นไม่สามารถรักษาได้ จึงส่งไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทำการรักษา แพทย์ผู้นั้นอ่านประวัติแล้วสะดุดใจกับชื่อหมู่บ้านของผู้ป่วย จึงซักถามอย่างละเอียด หลังจากนั้นก็ลงมือรักษาด้วยการผ่าตัดหัวใจ ใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุด ให้ยาราคาแพงที่สุด ทุกอย่างทำด้วยความตั้งใจเป็นพิเศษ จนผู้ป่วยหายเป็นปกติ นอกจากนั้นยังเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมดแก่คนไข้รายนี้ด้วย สาเหตุที่ทำเช่นนั้น เป็นเพราะเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ขณะที่นายแพทย์ผู้นี้ยังเป็นเด็กและมีฐานะยากจนนั้น วันหนึ่ง เขาไม่มีแม้แต่ข้าวจะกิน ทั้งหิวทั้งทรมาน และคนไข้รายนี้เองได้ให้นมสดแก่เขาแก้วหนึ่ง


        เรื่องราวดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า การให้ด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีความเมตตาจริงใจ ไม่หวังผลตอบแทนนั้น แม้สิ่งที่ให้จะมีราคาเพียงเล็กน้อย แต่ผลที่เกิดกับจิตใจของผู้รับนั้น ประมาณค่ามิได้ โดยเฉพาะการให้ในยามที่คนอื่นตกทุกข์ได้ยาก เช่น ยามจน ยามเจ็บ และยามจาก มักจะอยู่ในความทรงจำของผู้ได้รับมากเป็นพิเศษ และผลของการให้ในห้วงเวลาเช่นนั้น ก็มักจะสนองตอบให้ได้รับสิ่งที่ดีงามเกินความคาดหมายเสมอ

       ใครบ้างจะคิดว่า ด้วยนมสดเพียงแก้วเดียวกับเวลาที่ล่วงไปถึงสามสิบกว่าปี อานิสงส์ของการให้จะกลับมาตอบสนองได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ถ้าว่าโดยหลักธรรม สิ่งเหล่านี้ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะการให้ด้วยความรักความเมตตาอย่างบริสุทธิ์ใจจะอำนวยผลดีไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เป็นการให้ที่ไม่มีวันสูญเปล่า

        ท่านเองก็ลงมือพิสูจน์ความจริงในข้อนี้ได้

ธรรมะจากต้นไม้


     เป็นที่ทราบกันว่า ต้นไม้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้ดินฟ้าอากาศและสภาวะแวดล้อมเป็นไปโดยปกติ ไม่วิปริตผิดเพี้ยน นอกจากนี้ ความเป็นไปของต้นไม้ ยังสะท้อนให้เห็นคุณค่าทางจริยธรรมสำหรับมนุษย์ด้วย คือ 

        ๑. เป็นครูของชีวิต ต้นไม้เมื่อกิ่งก้านหนึ่งถูกตัดออกไปก็มีกิ่งก้านใหม่สร้างขึ้นมา เมื่อร้อนแล้งก็ทิ้งใบร่วงหล่น เป็นการประหยัดน้ำและอาหาร เมื่อฝนตกก็งอกงามเติบโตและยังมีลักษณะอีกหลายอย่างที่ต้นไม้แสดงออกถึงการปรับตัวให้อยู่รอดได้ตามธรรมชาติ การปรับตัวของต้นไม้จึงให้ข้อคิดกับมนุษย์ในเรื่องการต่อสู้และปรับตัว

       ๒. เป็นผู้ให้ เริ่มตั้งแต่ให้ดอกผลเป็นอาหารของมนุษย์และสัตว์ ให้อากาศที่บริสุทธิ์ ให้ร่มเงาเป็นที่พักอาศัย ไปจนถึงให้ความสมดุลแก่ธรรมชาติซึ่งเป็นคุณใหญ่หลวงแก่สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย จนที่สุดแม้เนื้อไม้อันเป็นต้นของไม้นั่นเองก็ยังให้ประโยชน์ในการสร้างบ้านเรือนและข้าวของเครื่องใช้อีกมากมาย 

        ในแง่ความเป็นครู ต้นไม้ให้ข้อคิดหลายอย่างเกี่ยวกับการปรับตัว ในแง่ความเป็นผู้ให้ ต้นไม้ให้โดยไม่จำกัดปริมาณ ให้โดยไม่เลือกว่าใครบ้างจะเป็นผู้รับ อย่างไรก็ตาม ต้นไม้นั้นหากมองเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไรก็จะเห็นแค่ต้นไม้ กิ่งไม้ หรือใบไม้ แต่ถ้ามองความเป็นไปทั้งหมดของมัน ก็จะเห็นพลังแห่งประโยชน์และคุณค่าอันมหาศาลของต้นไม้ที่มีให้แก่โลก และถ้ามองให้สัมพันธ์กับชีวิตของมนุษย์ ก็จะเห็นความหมายในเชิงจริยธรรมว่า ในฐานะของมนุษย์ที่คิดเป็น เราควรจะต้องทำอย่างไร

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ต่ออายุ


คาถาสะเดาะเคราะห์ (ต่ออายุ)
               
                อิติปิ โส ภะคะวา พระอาทิตย์เทวา วิญญาณะสัมปันโน
                อิติปิ โส ภะคะวา พระจันทร์เทวา วิญญาณะสัมปันโน
                อิติปิ โส ภะคะวา พระอังคารทวา วิญญาณะสัมปันโน
                อิติปิ โส ภะคะวา พระพุธเทวา วิญญาณะสัมปันโน
                อิติปิ โส ภะคะวา พระพฤหัสเทวา วิญญาณะสัมปันโน
                อิติปิ โส ภะคะวา พระศุกร์เทวา วิญญาณะสัมปันโน
                อิติปิ โส ภะคะวา พระเสาร์เทวา วิญญาณะสัมปันโน
                อิติปิ โส ภะคะวา พระราหูเทวา วิญญาณะสัมปันโน
                อิติปิ โส ภะคะวา พระเกตุเทวา วิญญาณะสัมปันโน
                อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง
                อิติปิ โส ภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ
                อิติปิ โส ภะคะวา วิชชาจะระณะสัมปันโน
                อิติปิ โส ภะคะวา สุคะโต
                อิติปิ โส ภะคะวา โลกะวิทู
                อิติปิ โส ภะคะวา อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
                อิติปิ โส ภะคะวา สัตถา เทวะมนุสสานัง
                อิติปิ โส ภะคะวา พุทโธ
                อิติปิ โส ภะคะวา ภะคะวาติฯ

.................................................

อิติปิ โสฯ


ถวายพรพระ (อิติปิ โส ฯ)
               
                อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ วิชชาจะระณะ สัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ (พุทธคุณ)
                สาวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ(อ่านฮีติ) (ธรรมคุณ)
                สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะ โต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริ สะปุคคะลา เอสะภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลี กะระณีโย อนุตตะรัง ปุญญัก เขตตัง โลกัสสาติ (สังฆคุณ)
.................................................

อิติปิโส เท่าอายุ
                อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ วิชชาจะระณะ สัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ
                (ให้สวดเกิดอายุ ๑ จบ เช่น อายุ ๔๐ ให้สวด ๔๑ จบ)

.................................................

บทสวดขอขมาเทวดา
                อิติสุขะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พรหมะเทวา อินทะเทวา อังคะเทวา คันตุกะเทวะตา รุกขะเทวา พาลี ชัยยะ มังคะลา อาจาริยัง อาจาริยะเทวา มุณีสิทธา มาตาปิตุโร อะโรคะเยนะ สุขเขนะ จะ ขะมามิหัง สาธุ สาธุ สาธุ
.................................................

การปลูกต้นไม้


ปลูกต้นไม้มงคลเสริมดวงในทิศต่างๆ
               
ทิศเหนือ ให้ปลูกต้นพุทรา ต้นว่าต่างๆ ต้นมะตูม ต้นทุเรียน ต้นหว้า จะเสริมดวงให้เจริญก้าวหน้า มีวาสนาบารมี ปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัย ไม่มีผู้ใดมาคิดร้ายรังแกได้
                ทิศใต้  ให้ปลูกต้นมะพลับ ต้นมะม่วง ต้นมะปราง ต้นโตนด และต้นหว้า จะเสริมดวงให้รุ่งเรือง มีความมั่งคั่งร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี
                ทิศตะวันออก  ให้ปลูกต้นไผ่ ต้นมะพร้าว ต้นกุ่ม ต้นสารภี จะเสริมดวงชะตาให้แข็งแรง ไม่มีเรื่องทุกข์ใจ ไม่เจ็บป่วยทุกข์ร้อน มีแต่ความรุ่งเรืองอยู่ดีมีสุขสบาย
                ทิศตะวันตก  ให้ปลูกต้นมะขาม ต้นมะยม ต้นพุทรา จะเสริมดวงให้แคล้วคลาดจากเภทภัย คดีความ และเรื่องอื้อฉาวทั้งปวง
                ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ให้ปลูกต้นทุเรียน ต้นสวาด ไม้ดอกนานาชนิดที่บูชาพระ เช่น ดาวเรือง บัว มะลิ จะเสริมดวงให้มีความสุขสบายร่มเย็นตลอดไป ไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนวุ่นวายภายในบ้าน
                ทิศตะวันออกเฉียงใต้  ให้ปลูกต้นยอ ต้นสารภี ต้นกุ่ม ต้นไผ่ ช่วยเสริมดวงให้เจริญก้าวหน้า มีลาภยศสูงส่ง ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง สำเร็จในอาชีพ มีเกียรติ มีคนเคารพนบนอบ และป้องกันสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง
                ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  ให้ปลูกต้นมะนาว ต้นมะกรูด ต้นส้มป่อย ต้นมะงั่ว จะเสริมดวงให้มีผู้คนมาชื่นชมรักใคร่ ใครๆ ก็เกรงใจ และมีแต่ความสุขความราบรื่นในทุกทาง
                ทิศตะวันตกเฉียงใต้  ให้ปลูกต้นราชพฤกษ์ (คูน) ต้นขนุน ต้นสะเดา ต้นพิกุล จะเสริมดวงให้ชีวิตมีความมั่นคง ปราศจากความผิดพลาด และคดีความใดๆ ทำกิจใดจะสำเร็จไร้อุปสรรค ไกลจากอบายมุข และสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงที่ให้โทษแก่ชีวิต
.................................................